7 สิ่งที่เราต้องรู้ไว้และมีมัน หากคุณอยากเป็นคนที่ประสบความสำเร็จ

1. ใส่ใจในรายละเอียด

การที่ผู้ว่าจ้างจะเลือกใช้งานสักหนึ่งคน นอกจากการส่งมอบงานที่ตรงเวลาแล้ว ผู้ว่าจ้างจะต้องมั่นใจ

ว่าเมื่อเลือกจ้างคนนั้นแล้วจะได้ผลงานที่มีคุณภาพ ตรงตามที่ได้คาดหวังไว้ ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน

ยิ่งไปกว่านั้นการส่งมอบงานที่มีคุณภาพสูง ไม่เพียงแต่จะเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับตัวคุณเอง

แต่ยังเป็นการเปิดประตูสู่โอกาสในการทำงานกับผู้ว่าจ้างรายใหม่ๆ อีกด้วย เนื่องจากการจ้างงานมักจะเกิด

จากการบอกต่อของผู้ว่าจ้างด้วยกันเอง ใครดีใครแย่รู้ทั่วถึงกันหมด ฉะนั้นการใส่ใจในรายละเอียด

จึงเป็นนิสัยหนึ่งซึ่งถ้าคุณมี จะทำให้คุณเป็นอีกคนหนึ่งที่สามารถประสบความสำเร็จในเส้นทางนี้ได้อย่างแน่นอน

2. วางแผนการทำงานและลงมือทำงานทันที

หลังจากที่คุณได้มีการติดต่อพูดคุยกับลูกค้าเพื่อตกลงทำงาน และรับฟังความต้องการต่างๆ

ของลูกค้าเรียบร้อยแล้ว สิ่งสำคัญถัดไปก็คือการวางแผนการทำงานและกำหนดเวลาสิ้นสุด

เพื่อให้การทำงานเสร็จสิ้นตรงเวลาตามกำหนดที่ลูกค้าได้วางไว้ โดยการลงงานที่ต้องทำแต่ละอย่าง

ออกมาทั้งหมดและจัดลำดับความสำคัญของงานแต่ละชิ้น ซึ่งจะทำให้คุณเห็นภาพรวมของงานทั้งหมด

และช่วยให้คุณสามารถวางแผนการทำงานทำได้ง่ายมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ถ้าคุณมีการวางแผน

การทำงานที่ดีและสามารถทำได้ตามกำหนด ในเดือนหนึ่งๆอาจทำให้คุณรับงานอื่นๆ เพิ่มเติมได้อีกด้วย

3. หมั่นสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า

การสร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้าที่แข็งแกร่งในระยะยาว คือกุญแจดอกสำคัญที่สุดในการนำพา

ไปให้คุณสามารถประสบความสำเร็จได้ ถึงแม้ว่าคุณจะเป็นคนที่ทำงานได้มีคุณภาพดี ส่งงานตรงเวลา

แต่มนุษยสัมพันธ์แย่ ลูกค้าก็คงไม่อยากจ้างงานคุณเท่าไหร่นัก

(ลองนึกภาพตาม เวลาที่คุณต้องทำงานกับคนหงุดหงิดง่าย โมโหง่าย ว่ามันน่าเหนื่อยใจมากแค่ไหน)

ซึ่งการมีความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า จะเป็นประตูไปสู่ลูกค้าคนใหม่ๆ ได้จากการบอกต่อของลูกค้าคนแรกๆ

ที่คุณได้สร้างความสัมพันธ์ที่ดีไว้ ซึ่งนอกจากจะเกิดดีลงานกันอย่างต่อเนื่องแล้ว

ยังทำให้มีงานไหลเข้ามาเรื่อยๆ จากลูกค้าคนใหม่ๆ นำไปสู่งานที่มั่นคงและรายได้ที่มากขึ้นนั่นเอง

4. หมั่นติดตามผลการทำงาน

เมื่อคุณทำงานเสร็จ และทำการส่งมอบงานให้ผู้ว่าจ้างเรียบร้อยแล้ว การสรุปผลการทำงานร่วมกับผู้ว่าจ้าง

ก็เป็นอีกหนึ่งกระบวนการที่คุณไม่ควรละเลย ซึ่งได้แก่การสอบถาม feedback ต่างๆ จากผู้ว่าจ้าง

หลังจากทำชิ้นงานสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคุณภาพของงาน รายละเอียดปลีกย่อยต่างๆ

รวมถึงจุดแข็ง-จุดอ่อนของงานที่เราทำ ซึ่งการติดตามผลการทำงานนี้ไม่เพียงแต่ทำให้เรารู้ว่า

เรามีเรื่องใดบ้างที่ต้องปรับปรุงแก้ไข แต่ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและความเป็นมืออาชีพ

ของเราอีกด้วย ซึ่งทำให้ลูกค้าประทับใจ และกลับมาใช้บริการกับเราอีกหลายๆ ครั้ง

5. ตั้งสมาธิให้อยู่กับงาน

หากคุณเป็นฟรีแลนซ์ที่ทำงานที่บ้าน คุณควรจัดพื้นที่สำหรับทำงานและพักผ่อน

แยกออกจากกันให้มากที่สุด พยายามจัดวางข้าวของเครื่องใช้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทำงานไว้ที่อื่น

เช่น โทรทัศน์, เกมส์คอนโซล เป็นต้น เพื่อทุ่มเทสมาธิไปที่การทำงานให้มากที่สุด

(ไม่ควรทำงานในห้องนอน พึงระลึกไว้เสมอว่าเตียงคือหลุมดำที่มีแรงดึงดูดมหาศาล ควรอยู่ให้ห่างเอาไว้)

แต่ถ้าคุณชอบที่จะหาที่นั่งทำงานนอกบ้าน เช่นร้านกาแฟ ก็ควรมองหามุมในร้านที่เงียบสงบ

และสามารถเพ่งสมาธิไปกับการทำงานได้มากที่สุด หากร้านกาแฟเงียบไม่พอ เราขอแนะนำให้คุณ

นั่งทำงานที่ Co-working Space ที่เป็นแหล่งรวมสำหรับคนทำงานฟรีแลนซ์โดยเฉพาะ

ซึ่งเต็มไปด้วยบรรยากาศของคนทำงานจริงๆ และเต็มไปด้วยคนเจ๋งๆ มากมาย

6. โปรโมทตัวเองให้เป็นที่รู้จัก

อย่างแรกที่ต้องรู้เลยคือ ไม่มีงานไหนเดินเข้ามาหาเราโดยอัตโนมัติ โดยเฉพาะ

มือใหม่ที่เพิ่งเข้าสู่เส้นทางการทำงาน การจะได้รับความไว้วางใจจากผู้ว่าจ้างให้ทำงาน

สักจ๊อบหนึ่งจึงเป็นเรื่องยากไม่น้อย สิ่งสำคัญก็คือการสร้างโปรไฟล์และโปรโมทตัวเอง

ให้คนอื่นรู้จักเราเพิ่มมากขึ้น มีวิธีการนับไม่ถ้วนในการสร้างและโปรโมทโปรไฟล์ของคุณ

ในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะทาง Social Network ซึ่งเป็นเครื่องมือในการโปรโมทตัวเองชั้นดี

7. เรียกเก็บเงินอย่างมืออาชีพ

อย่าลืมออกใบแจ้งหนี้ให้กับลูกค้าหลังจากทำงานเสร็จสิ้นตามที่ได้รับมอบหมาย และควรรู้ระบบการจ่ายเงิน

ของบริษัทที่คุณทำงานให้ ซึ่งส่วนมากมักจะกำหนดไว้ว่าจะจ่ายภายใน 30, 60 วัน หลังจากที่คุณส่งมอบงาน

และออกใบแจ้งหนี้ให้ (บางที่ออกใบแจ้งหนี้ให้แล้วจ่ายเงินเลยก็มี) การที่คุณเข้าใจระบบของแต่ละบริษัท

จะทำให้คุณสามารถล่วงรู้ได้ว่าจะมีเงินเข้ามาเมื่อไหร่ และสามารถวางแผนบริหารการเงินได้

แต่ถ้าเกิดถึงเวลาแล้วเงินยังไม่เข้าบัญชี ก็อย่าลืมติดตามจากลูกค้าอีกครั้ง ถ้าไม่อยากทำงานฟรีน่ะนะ

การสร้างนิสัยใหม่ๆ เหล่านี้..ในช่วงแรกอาจทำให้คุณรู้สึกอึดอัดหรือฝืนใจบ้าง นั่นก็เพราะเรา

กำลังพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองอยู่และการเปลี่ยนแปลงก็คือการฝืนใจยอมทำบางสิ่งบางอย่าง

เพื่อแลกกับการได้สิ่งใหม่ๆ แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องสนุก แต่เชื่อเถอะว่าถ้าคุณมีนิสัยเหล่านี้ครบทุกข้อ

ในอนาคตเมื่อมองย้อนกลับมา คุณจะต้องขอบคุณตัวเองที่วันนี้คุณได้ตัดสินใจสร้างนิสัยใหม่ๆ

และทำให้คุณสามารถประสบความสำเร็จได้ในที่สุดอย่างแน่นอน

Load More Related Articles
Load More By babyghost34
Load More In ข้อคิดเสริมกำลังใจ
Comments are closed.

Check Also

ลองเช็คกันหน่อยดีมั้ยคะว่าคุณเข้าข่าย 7 สัญญาณติดแฟนนี้แล้วหรือยัง

7 สัญญาณที่บอกว่า คุณนั้นติดแฟนมากเกินไป เกินเหตุความจำ … …